ระบบพิมพ์ที่นิยมใช้ในการรับผลิตกล่องกระดาษ มีอะไรบ้าง 1

ในการรับผลิตกล่องกระดาษส่วนมากนิยมใช้ระบบพิมพ์แบบไหนกันบ้าง ระบบอ๊อฟเซ็ท หรือ ระบบดิจิตอล แบบไหนจะพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ได้ตอบโจทย์มากกว่า เราไปหาคำตอบกัน หลายๆ คนที่ใช้บริการรับผลิตกล่องกระดาษอาจยังรู้สึกสับสนว่าควรเลือกใช้ระบบการพิมพ์แบบไหนถึงจะเหมาะกับการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ให้กับแบรนด์ธุรกิจของตัวเองดีละก็ไม่ต้องคิดมากอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะวันนี้ rigidboxs.com จะขอพาทุกคนไปหาคำตอบกันว่าระบบการพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์นั้นมีอะไรบ้าง และควรเลือกแบบไหนถึงจะตอบโจทย์กับสินค้าและธุรกิจของคุณมากที่สุด

ระบบพิมพ์ที่นิยมใช้ในการรับผลิตกล่องกระดาษ มีอะไรบ้าง 2

บริการรับผลิตกล่องกระดาษ ใช้ระบบพิมพ์แบบไหนบ้าง

สำหรับระบบพิมพ์ที่โรงพิมพ์ส่วนใหญ่ใช้ในการรับผลิตกล่องกระดาษนั้นจะแบ่งด้วยกัน 2 ประเภท คือ ระบบพิมพ์ดิจิตอล (Digital) และ ระบบพิมพ์ออฟเซ็ท (Offset) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันและเหมาะกับงานพิมพ์ที่ต่างกันไปทั้งในแง่ของคุณภาพ รูปแบบการพิมพ์และต้นทุนการผลิต ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การพิมพ์ออฟเซ็ต (Offset) คืออะไร?

การพิมพ์ออฟเซ็ต (Offset) เป็นระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้แม่พิมพ์โดยจะมีลูกกลิ้งทำงานอย่างเป็นระบบโดยโมแม่พิมพ์จะหมุนรับน้ำหมึกมาก่อนและหมุนส่งต่อให้โมผ้ายางที่ด้านล่างสัมผัสกับกระดาษโดยมีโมกดพิมพ์อยู่ล่างสุด เพื่อทำหน้าที่กดโมผ้ายางกับกระดาษ ให้เกิดการพิมพ์ภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งจะสามารถผลิตงานพิมพ์คุณภาพสูงด้วยสีที่คมชัดและสดใสทำให้เป็นตัวเลือกสำหรับงานพิมพ์ขนาดใหญ่หรือการพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์จำนวนมากๆ ซึ่งการพิมพ์ออฟเซ็ตเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกล่องกระดาษที่ต้องการการออกแบบที่ซับซ้อน รายละเอียดสูงและมีการสร้างสีที่แม่นยำ

การพิมพ์ดิจิตอล (Digital) คืออะไร?

ในทางกลับกันการพิมพ์ดิจิตอล (Digital) เป็นระบบการพิมพ์สมัยใหม่ที่สามารถสั่งพิมพ์ไฟล์ออกแบบผ่านทางเครื่องพิมพ์ได้โดยตรงซึ่งจะใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ที่ใช้น้ำหมึกหรือผงหมึกทำให้เกิดภาพที่มีความละเอียดและคมชัด ซึ่งการพิมพ์ดิจิตอลจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานพิมพ์ขนาดเล็กที่ต้องการเวลาการผลิตที่รวดเร็วหรือต้องการประหยัดต้นทุนการผลิตและยังเหมาะสำหรับกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการการออกแบบที่เรียบง่ายและใช้สีน้อยลง

ความแตกต่างระหว่าง การพิมพ์ออฟเซ็ต VS ดิจิตอล

1.คุณภาพ

การพิมพ์ออฟเซ็ตให้งานพิมพ์คุณภาพสูงกว่าการพิมพ์ดิจิตอล โดยหมึกจะกระจายอย่างสม่ำเสมอทำให้ได้สีสดเสมอทั่วกันและให้ภาพที่คมชัดส่วนการพิมพ์แบบดิจิตอลสามารถสร้างภาพที่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ และมีการกระจายสีที่อาจไม่สม่ำเสมอบ้าง

2.ค่าใช้จ่าย

การพิมพ์แบบออฟเซ็ตมีราคาแพงกว่าการพิมพ์แบบดิจิตอล โดยเฉพาะสำหรับงานพิมพ์ขนาดเล็ก หรือ สั่งจำนวนน้อย จะทำให้ต้นทุนการผลิตสำหรับการพิมพ์ออฟเซ็ตจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงเมื่อปริมาณการพิมพ์เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน การพิมพ์ดิจิตอลมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าแต่ก็จะมีต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าแบบออฟเซ็ต

3.เวลาการผลิต

การพิมพ์ดิจิตอลใช้เวลาการพิมพ์ที่เร็วกว่าการพิมพ์แบบออฟเซ็ต เพราะการพิมพ์ดิจิตอลไม่จำเป็นต้องใช้เพลทแม่พิมพ์ ซึ่งอาจใช้เวลานานในการผลิตและด้วยการพิมพ์แบบดิจิตอลนี้ คุณสามารถสั่งพิมพ์จากไฟล์งานได้เลย ทำให้เป็นตัวเลือกที่รวดเร็วกว่าสำหรับงานพิมพ์ขนาดเล็กหรืองานผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์จำนวนน้อย

ระบบพิมพ์ที่นิยมใช้ในการรับผลิตกล่องกระดาษ มีอะไรบ้าง 3

ระบบพิมพ์ใดเหมาะกับการรับผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ของคุณ?

การเลือกระบบการพิมพ์ที่ใช้ในการรับผลิตกล่องกระดาษ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละแบรนด์ หากคุณต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูง พร้อมการออกแบบที่ซับซ้อนและมีการพิมพ์สีที่แม่นยำ การพิมพ์ระบบออฟเซ็ตคือตัวเลือกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเวลาดำเนินการที่รวดเร็ว ค่าผลิตไม่สูงมาก การพิมพ์แบบดิจิตอลคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า

สรุป

เมื่อทราบกันไปแล้วว่าระบบการพิมพ์ที่นิยมใช้ในการรับผลิตกล่องกระดาษ มีอะไรบ้างและมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น ก็คงช่วยให้เพื่อนๆ สามารถตัดสินใจเลือกในสิ่งที่เหมาะกับสินค้าและธุรกิจของตัวเองเป็นอย่างดีแต่ที่สำคัญควรเช็กให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกระบบการพิมพ์ที่ตรงกับงบประมาณและตรงความต้องการของคุณมากที่สุด
ทั้งนี้ สำหรับใครที่ต้องการสั่งผลิตกล่องกระดาษ กล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่โรงพิมพ์ RIGIDBOXS ของเรายินดีให้บริการ เรารับผลิตและออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร พร้อมให้คำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการกล่องบรรจุภัณฑ์ที่คุณต้องการรู้ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุ การออกแบบ ระบบการพิมพ์ ขั้นตอนการพิมพ์ การใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ ไปจนถึง ช่วยคุณวางแผนต้นทุนการผลิตและช่วยคำนวณต้นทุนสินค้าได้อีกด้วย

โดยสามารถเข้าเว็บไซต์ www.rigidboxs.com เพื่อชมตัวอย่างผลงานจากเรา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทร 092-335-5951 หรือแอดไลน์ @rigidboxs