รวมเทคนิคการพิมพ์กล่องครีมทันสมัย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณโดดเด่นและสร้างความประทับใจทั้งการเลือกวัสดุการออกแบบและการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการพิมพ์ติดตามสำหรับการเรียนรู้และแรงบันดาลใจในการสร้างแพ็คเกจที่เป็นเอกลักษณ์
การพิมพ์กล่องครีม เป็นองค์ประกอบสำคัญของการตลาดสินค้าที่จำเป็นต้องทำให้สวยงามและเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดลูกค้า ในบทความนี้เราจะนำเสนอเทคนิคการพิมพ์กล่องครีมที่ทันสมัยและสร้างความประทับใจที่คุณสามารถนำไปใช้ในธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพิมพ์กล่องครีมคือ?
การพิมพ์กล่อง คือกระบวนการที่ใช้ในการสร้างและออกแบบกล่องที่ใช้ในการบรรจุสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ การพิมพ์กล่องนี้สามารถทำผ่านวิธีการพิมพ์ต่างๆ รวมถึงการพิมพ์ออฟเซ็ท, การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์สกรีน โดยแต่ละวิธีการนี้จะมีลักษณะเฉพาะเฉพาะที่ทำให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
ตลอดจนมีการใช้เทคนิคการพิมพ์พิเศษที่เพิ่มความสวยงามและประทับใจ เช่น การใช้งานสีมิติสูง, การพิมพ์ UV ที่เป็นเงา, การลายเซ็นที่มีเงา, การใช้งานฟอยล์ หรือการใช้สติ๊กเกอร์ 3D การพิมพ์กล่องที่ถูกออกแบบและพิมพ์อย่างถูกต้องจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณ และเสริมสร้างการจดจำแบรนด์
3 เทคนิคการพิมพ์กล่องครีมที่สร้างความประทับใจ
การเลือกรูปแบบการพิมพ์กล่องครีมที่เหมาะสมจะช่วยให้กล่องครีมของคุณดูพรีเมียมและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือความแตกต่างของ 3 เทคนิคหลัก
1.การพิมพ์แบบดิจิตอล
เทคนิคนี้ช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ภาพที่มีความซับซ้อนได้ โดยใช้งานสีที่ไม่จำกัด และไม่จำเป็นต้องทำแม่พิมพ์ ดังนั้นจึงทำให้เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ภาพที่มีลายลักษณ์อันยาวนาน หรือแม้กระทั่งภาพถ่าย การพิมพ์ดิจิตอลยังให้ความสามารถในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยได้ในแต่ละชุดพิมพ์ ทำให้เหมาะกับการผลิตจำนวนน้อย
- ลักษณะงานที่ได้: ให้ภาพที่ละเอียดสูงเหมือนรูปถ่าย สีสันสดใส ไล่เฉดสีได้เนียนตา แต่เนื้อสีจะบางราบไปกับผิวเปเปอร์
- ข้อดี
- รวดเร็ว: ไม่ต้องรอทำแม่พิมพ์ สั่งงานแล้วรอรับได้เลย
- ยืดหยุ่น: สามารถเปลี่ยนแบบหรือแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยในแต่ละชุดพิมพ์ได้
- ประหยัดต้นทุน: เหมาะสำหรับแบรนด์เริ่มต้นที่ต้องการสั่งผลิตจำนวนน้อย (Small Lot) หรือทำสินค้าตัวอย่าง
2.การพิมพ์แบบออฟเซ็ท
เทคนิคนี้ให้การพิมพ์ที่คุณภาพสูงและความเที่ยงตรงของสีที่ดี การพิมพ์แบบออฟเซ็ทเป็นเทคนิคที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์จำนวนมาก มันยังให้ความสามารถในการพิมพ์ภาพและตัวอักษรที่มีลายลักษณ์ได้อย่างชัดเจน
- ลักษณะงานที่ได้: งานมีความเนี้ยบและคมชัดสูงสุด ตัวอักษรขนาดเล็กอ่านง่ายไม่แตก สีพื้นมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอเท่ากันทุกกล่อง
- ข้อดี:
- คุณภาพสากล: เป็นมาตรฐานที่แบรนด์เนมทั่วโลกใช้ งานดูเป็นมืออาชีพ
- สีแม่นยำ: สามารถใช้สีพิเศษ (Pantone) เพื่อให้ได้สีเฉพาะของแบรนด์ที่ตรงเป๊ะ
- ยิ่งเยอะยิ่งคุ้ม: เมื่อสั่งพิมพ์จำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยจะถูกลงกว่าระบบอื่นๆ อย่างมาก
3.การสกรีน
การสกรีนเป็นเทคนิคการพิมพ์กล่องครีมที่สำคัญ เพราะช่วยให้สินค้าของคุณมีความน่าสนใจและติดตามแบรนด์ของคุณ คุณควรใช้เทคนิคสกรีนที่มีคุณภาพสูงและสามารถติดตามแบบสีได้ดี เพื่อให้สินค้าของคุณมีลักษณะเด่นจากคู่แข่ง
- ลักษณะงานที่ได้: เนื้อสีจะมีความหนาและทึบแสงสูง เมื่อใช้นิ้วลูบจะรู้สึกถึงความนูนของลายพิมพ์เล็กน้อย ให้มิติที่แตกต่าง
- ข้อดี:
- สีสวยโดดเด่น: สีจะดูแน่นและสดมาก แม้พิมพ์บนกระดาษสีเข้มหรือกระดาษคราฟท์
- เพิ่มมูลค่า: ให้ความรู้สึกหรูหราและพรีเมียมมากกว่างานพิมพ์ทั่วไป
- ความทนทาน: หมึกสกรีนมีความทนทานต่อการขูดขีดและแสงแดดได้ดีเยี่ยม
5 เทคนิคพิเศษที่ช่วยให้กล่องครีมสวยงาม น่าสนใจ
1.การปั๊มฟอยล์
คือการกดแผ่นฟอยล์สีทองหรือสีเงินลงบนพื้นผิวของกล่องด้วยความร้อน เพื่อเพิ่มความหรูหราและความสวยงามน่าดึงดูด การใช้งานฟอยล์จะช่วยขับรายละเอียดบนตัวกล่องให้โดดเด่นสะดุดตาและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น
ทำไมต้องลงทุนกับการปั๊มฟอยล์?
- เพิ่มมูลค่า (Perceived Value): งานวิจัยด้านการตลาดพบว่าแพ็กเกจจิ้งที่มีความแวววาว ดึงดูดสายตามนุษย์ได้มากกว่าพื้นผิวเรียบ และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าภายในมีคุณภาพสูงและราคาแพงกว่าความเป็นจริง
- ป้องกันการปลอมแปลง: การปั๊มฟอยล์ต้องใช้แม่พิมพ์เฉพาะและเครื่องจักรพิเศษ ทำให้สินค้าลอกเลียนแบบทำได้ยากขึ้น หรือทำแล้วไม่เหมือนของแท้
2.การเคลือบ PVC
ให้ความคงทนและความสวยงามให้กับกล่อง นอกจากนี้การเคลือบ PVC ยังช่วยป้องกันกล่องจากความชื้นและสภาพอากาศต่างๆ
ประเภทของการเคลือบ PVC ที่นิยมใช้กับกล่องครีม
1.การเคลือบ PVC เงา (Glossy Lamination)
- ลักษณะ: ผิวกล่องจะมีความมันวาว สะท้อนแสงสูง
- จุดเด่น: ช่วยขับเน้นสีสันของงานพิมพ์ให้ดูสดใส ฉูดฉาด และดูใหม่อยู่เสมอ
- เหมาะกับ: กล่องครีมราคาประหยัด, สินค้าที่ต้องการความโดดเด่นบนชั้นวาง หรือแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น
2.การเคลือบ PVC ด้าน (Matte Lamination)
- ลักษณะ: ผิวกล่องจะเรียบเนียน ไม่สะท้อนแสง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่า
- จุดเด่น: ให้ลุคที่ดูพรีเมียม (Premium Look) ทันสมัย และอ่านตัวหนังสือได้ง่ายสบายตา ที่สำคัญคือ เป็นพื้นฐานที่ดีที่สุดสำหรับการทำ Spot UV (เพราะความด้านจะตัดกับความเงาของ Spot UV ได้อย่างชัดเจนที่สุด)
- เหมาะกับ: ครีมเคาน์เตอร์แบรนด์, เวชสำอาง, สินค้าออร์แกนิก หรือแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ
3.การเคลือบสปอต UV เฉพาะจุด
การเคลือบสปอต UV จะเน้นความสวยงามและความสามารถในการแยกตัวละเอียดที่ต้องการให้เด่นชัด ด้วยการเพิ่มเงาและลวดลายที่สวยงาม ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณโดดเด่นและสร้างความประทับใจ
ไอเดียการใช้ Spot UV กับกล่องครีมให้ดูแพง
- เน้นจุดโฟกัส (Focal Point Highlighting): วิธีคลาสสิกที่สุดคือการทำ Spot UV ทับลงบน โลโก้ หรือ ชื่อสินค้า วิธีนี้จะช่วยดึงสายตาลูกค้าให้มองเห็นชื่อแบรนด์เป็นสิ่งแรกเมื่อกระทบกับแสงไฟในร้านค้า
- สร้างลวดลายแฝง (Ghost Patterns): เทคนิคสำหรับแบรนด์ที่ชอบความ Minimal แต่หรูหรา คือการทำ Spot UV เป็นลวดลายกราฟิก หรือ Pattern จางๆ บนพื้นหลังที่เป็นสีพื้น (Solid Color) โดย ไม่ต้องพิมพ์หมึกสี ลงไปตรงลายนั้น เมื่อมองตรงๆ จะเห็นเป็นกล่องเรียบๆ แต่เมื่อเอียงกล่องรับแสง จะเห็นลวดลายเงาวิบวับปรากฏขึ้น สร้าง Surprise ให้กับผู้ซื้อ
- จำลองผิวสัมผัส (Texture Simulation): สำหรับครีมที่เน้นความชุ่มชื้นหรือมีส่วนผสมของน้ำ สามารถใช้ Spot UV ทำเป็นรูป หยดน้ำ ให้ดูเหมือนกล่องเปียกน้ำจริงๆ หรือทำเป็นลายผิวส้ม ผิวใบไม้ เพื่อสื่อถึงส่วนผสมธรรมชาติ
4.การปั๊มนูน-ปั๊มจม
เป็นกระบวนการที่เพิ่มลวดลายที่มีลักษณะสูงหรือต่ำขึ้นจากพื้นผิวของกล่อง การปั๊มนูน-ปั๊มจมสามารถทำให้ข้อความหรือลวดลายบนพื้นผิวกล่องครีมของคุณเด่นชัดขึ้น ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ
ปั๊มนูน (Embossing): ดึงความโดดเด่นให้ “เด้ง” เข้าตา
การปั๊มนูนคือการใช้แม่พิมพ์โลหะ 2 ชิ้น (ตัวผู้และตัวเมีย) ประกบกันเพื่อดันกระดาษให้นูนขึ้น เทคนิคนี้ได้รับความนิยมสูงสุดในการทำ กล่องครีม เพราะช่วยให้แบรนด์ดูมี Authority หรือความน่าเชื่อถือ
- ปั๊มนูนแบบมีสี (Registered Embossing): คือการพิมพ์สีหรือปั๊มฟอยล์ลงไปก่อน แล้วค่อยปั๊มนูนทับให้ตรงตำแหน่งเดิม วิธีนี้จะทำให้โลโก้ดูแวววาวและพุ่งออกมามากที่สุด
- ปั๊มนูนเปล่า (Blind Embossing): เทรนด์ที่กำลังมาแรง! คือการปั๊มนูนลงบนกระดาษเปล่าหรือกระดาษที่พิมพ์สีพื้นไว้แล้วโดยไม่มีสีตัดขอบ ให้ความรู้สึก “Less is More” ดูแพงแบบไม่ต้องตะโกน เหมาะกับแบรนด์เวชสำอางหรือสายคลีน
ปั๊มจม (Debossing): ความหรูหราในร่องลึก
การปั๊มจมให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม คือการกดทับให้ลึกลงไป ให้ความรู้สึกเหมือนงานแกะสลักหินหรือหนัง
- จุดเด่น: ผิวหน้ากล่องจะยังคงเรียบ ไม่สะดุดมือเท่าปั๊มนูน แต่จะเกิดแสงเงา (Shadow) ในร่องลึก ทำให้ดูมีมิติอย่างประณีต
- การใช้งาน: นิยมใช้กับ Tagline หรือคำโปรยสั้นๆ เช่น “Premium Quality” หรือใช้ทำลวดลาย Pattern พื้นหลังให้กล่องดูไม่โล่งจนเกินไป
5.การเคลือบผิว (Lamination)
นี่คือ 4 เทคนิคการเคลือบกล่องครีมยอดนิยมที่แบรนด์ชั้นนำเลือกใช้
1)เคลือบเงา (Gloss Lamination) – สดใส สะดุดตา
การเคลือบฟิล์มที่มีความมันวาวสูง ทำให้กล่องดูใหม่และสะอาดอยู่เสมอ
- จุดเด่น: ช่วยขับเน้นสีสันของงานพิมพ์ให้สดขึ้น เข้มขึ้น และดูมีมิติ (Contrast จัด) ทนทานต่อความชื้นและคราบสกปรกได้ดีที่สุด
- เหมาะกับ: สินค้ากลุ่มไวท์เทนนิ่ง (Whitening), วิตามินซี หรือครีมกันแดด ที่ต้องการสื่อถึงความสว่าง กระจ่างใส และพลังงาน
- ข้อควรระวัง: เมื่อเจอแสงไฟในห้างสรรพสินค้า อาจเกิดแสงสะท้อนทำให้มองเห็นตัวอักษรยากในบางมุม
2)เคลือบด้าน (Matte Lamination) – เรียบหรู สุขุม
การเคลือบฟิล์มผิวเรียบด้าน ไม่สะท้อนแสง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลสบายตา
- จุดเด่น: ให้ลุคที่ดูโมเดิร์น มินิมอล และแพงขึ้นทันที ช่วยให้อ่านรายละเอียดบนกล่องได้ง่ายเพราะไม่มีแสงสะท้อนรบกวน เหมาะมากหากจะทำเทคนิค Spot UV (เคลือบเงาเฉพาะจุด) ทับลงไป จะช่วยให้โลโก้เด่นเด้งออกมาที่สุด
- เหมาะกับ: เวชสำอาง, สกินแคร์ออร์แกนิก, ครีมลดริ้วรอย หรือแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์น่าเชื่อถือแบบผู้เชี่ยวชาญ
- ข้อควรระวัง: การเคลือบด้านจะทำให้สีของงานพิมพ์ “ดรอป” หรือดูมืดลงเล็กน้อย (ประมาณ 5-10%) ดีไซเนอร์ควรเผื่อค่าสีให้สว่างขึ้นก่อนพิมพ์
3)เคลือบซอฟต์ทัช (Soft Touch / Velvet Lamination) – สัมผัสนุ่มดุจกำมะหยี่
นี่คือ เทคนิคการเคลือบกล่องครีม ขั้นกว่าของเคลือบด้าน เป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในกลุ่ม Counter Brand
- จุดเด่น: มองด้วยตาจะดูด้านสนิท (Super Matte) แต่เมื่อใช้นิ้วสัมผัสจะรู้สึก “นุ่มมือ” คล้ายกำมะหยี่หรือผิวลูกพีช สร้าง Experience การแกะกล่องที่น่าประทับใจมาก
- เหมาะกับ: สินค้าราคาแพง (High-end), ชุด Gift Set หรือสินค้า Limited Edition ที่ต้องการอัปราคาขาย
- ข้อควรระวัง: ราคาสูงกว่าการเคลือบปกติ และต้องระวังเรื่องรอยเล็บขีดข่วนได้ง่ายกว่าแบบเงา
4)เคลือบโฮโลแกรม (Holographic Lamination) – ล้ำสมัย โดดเด่น
การเคลือบฟิล์มพิเศษที่สะท้อนแสงเป็นสีรุ้งเหลือบๆ เปลี่ยนสีไปตามมุมมอง
- จุดเด่น: ดึงดูดสายตาได้ดีเยี่ยมในระยะไกล สร้างความรู้สึกสนุกสนาน ทันสมัย และดูเป็นนวัตกรรมใหม่
- เหมาะกับ: เครื่องสำอางวัยรุ่น, ครีมหน้าใส, อาหารเสริมผิวขาว หรือสินค้าที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ (เพราะถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอขึ้นมาก) เมื่อได้แพ็กเกจจิ้งที่ถ่ายรูปสวยแล้ว อย่าลืมวางแผนกลยุทธ์การขายให้รอดในทุกสถานการณ์ อ่านต่อได้ที่ ธุรกิจขายครีมออนไลน์ ต้องปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดในยุคโควิด-19
เลือกกระดาษทำกล่องครีม อย่างไรให้เหมาะสม?
กระดาษไม่ใช่แค่ “พื้นหลัง” ของงานพิมพ์ แต่คือ “โครงสร้าง” และ “ผิวสัมผัส” ที่จะบ่งบอกตัวตนของแบรนด์คุณ การเลือกกระดาษที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่งแล้ว ยังช่วยขับเน้นงานออกแบบให้ดูแพงและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
1)กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Card Paper) – มาตรฐานยอดนิยม
เป็นกระดาษที่นิยมที่สุดในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง เนื่องจากเนื้อกระดาษแน่น ผิวเรียบเนียน และรองรับงานพิมพ์ 4 สีได้สดใสที่สุด
- อาร์ตการ์ดหน้าเดียว (หลังเทา/หลังขาว): ด้านนอกขาวเนียน ด้านในเป็นสีเทาหรือสีขาวด้าน ราคาประหยัด เหมาะกับสินค้า Mass Product
- อาร์ตการ์ด 2 หน้า: ขาวเนียนทั้งด้านนอกและด้านใน ให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าเมื่อลูกค้าแกะกล่อง (Unboxing Experience)
- ความหนาที่แนะนำ:
- 300 แกรม: เหมาะกับกล่องครีมขนาดเล็ก หรือบรรจุภัณฑ์แบบหลอด (Tube) ที่น้ำหนักเบา
- 350 แกรม (แนะนำ): มาตรฐานสำหรับกระปุกครีมทั่วไป รับน้ำหนักได้ดี ทรงกล่องสวย ไม่ยุบง่าย
2)กระดาษคราฟต์ (Kraft Paper) – สายรักษ์โลกและออร์แกนิก
กระดาษสีน้ำตาลที่มี Texture เฉพาะตัว เหมาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่ชูจุดเด่นเรื่อง Organic, Natural หรือ Eco-friendly
- ข้อควรระวัง: กระดาษคราฟต์จะดูดซึมหมึก ทำให้สีที่พิมพ์ออกมาดู “เข้มขึ้น” และ “ตุ่นลง” (สีจม) ไม่สดใสเหมือนในจอคอมพิวเตอร์
- เทคนิคแนะนำ: ควรออกแบบกราฟิกให้น้อยชิ้น (Minimal) และเน้นใช้สีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเขียวเข้ม จะสวยที่สุด หลีกเลี่ยงการพิมพ์ภาพคนหรือภาพถ่ายสินค้าที่มีรายละเอียดเยอะ
คือกระดาษที่มีผิวหน้าเป็นสีเงินเงาหรือโฮโลแกรมมาตั้งแต่ต้น เหมาะกับสินค้านวัตกรรม เวชสำอางไวท์เทนนิ่ง หรือแบรนด์ที่ต้องการความโดดเด่นสะดุดตาบนเชลฟ์
เทคนิคพิเศษ: หากต้องการให้บางจุดเป็นสีขาวหรือสีทึบ ต้องพิมพ์ “รองพื้นขาว” (White Ink) ก่อน แล้วค่อยพิมพ์สีอื่นทับ ส่วนบริเวณที่ไม่รองขาว จะกลายเป็นสีเมทัลลิกแวววาวตามสีกระดาษ
4)กระดาษพิเศษ (Specialty / Fancy Paper)
กระดาษเกรดพรีเมียมที่มีลวดลายหรือผิวสัมผัสในตัว (Texture) เช่น ลายผ้าลินิน ลายไม้ หรือผิวประกายมุก (Pearlescent)
- จุดเด่น: สร้างความแตกต่างได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ลวดลายเยอะ แค่ปั๊มฟอยล์โลโก้ก็ดูแพงมาก
- ข้อควรระวัง: ราคาสูงกว่ากระดาษทั่วไป และต้องเช็คกับโรงพิมพ์ว่ากระดาษชนิดนั้นรองรับหมึกพิมพ์แบบไหน (บางชนิดต้องใช้หมึก UV เท่านั้นเพื่อให้แห้งสนิท)
ทำไมพิมพ์กล่องออกมาแล้ว “สีเพี้ยน” และแก้อย่างไร?
ปัญหาโลกแตกของคนทำแบรนด์คือ “สีเพี้ยน” นี่คือวิธีป้องกัน
- ตั้งค่าสีเป็น CMYK เสมอ: หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงผลแบบ RGB (แสง) แต่เครื่องพิมพ์ใช้ระบบ CMYK (หมึก) การออกแบบต้องตั้งค่าเป็น CMYK ตั้งแต่ต้น
- ใช้ Pantone (Spot Color): หากแบรนด์คุณซีเรียสเรื่องเฉดสี (Corporate Identity) ให้ระบุเบอร์สี Pantone ไปเลย เพื่อให้โรงพิมพ์ผสมสีเฉพาะ ไม่ใช่การพิมพ์ผสม 4 สี
- Proofing (การปรุ๊ฟสี): ห้ามดูแค่ไฟล์ PDF วิธีเช็คงานก่อนพิมพ์กล่องครีมจริง ที่ดีที่สุดคือการดู “Digital Proof” หรือถ้างานละเอียดมากควรขอ “Mockup จริง” เพื่อดูสีบนเนื้อกระดาษจริง
วิธีเลือกโรงพิมพ์สำหรับพิมพ์กล่องครีม และเช็คราคาที่คุ้มค่า
เราขอแนะนำข้อมูลดีๆและการเปรียบเทียบราคาจากโรงพิมพ์มาตรฐานในประเทศไทย ขอยกตัวอย่างข้อมูลโรงพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ Rigidboxs เพื่อให้คุณได้อ่านและนำไปพิจารณาในการประกอบธุรกิจของคุณ
การเลือกพาร์ทเนอร์ผลิตกล่องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกล่องคือหน้าตาของแบรนด์ โรงพิมพ์ที่ดีต้องไม่ใช่แค่รับออเดอร์ แต่ต้องเป็นที่ปรึกษาให้คุณได้ นี่คือ Checklist ในการตัดสินใจ
- ดูผลงานเก่า (Portfolio): ขอดูงานจริงที่มีเทคนิคใกล้เคียงกับที่คุณต้องการ เพื่อประเมินฝีมือและความประณีต หรือศึกษาวิธีการดูโรงงานอย่างละเอียดได้ที่ ทริคน่ารู้ ในการเลือกโรงงานผลิตกล่องครีม
- ระบบ QC มาตรฐาน: โรงพิมพ์ที่มีคุณภาพจะต้องมีขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพสีและความเรียบร้อยก่อนส่งมอบเสมอ
- บริการให้คำปรึกษา: ต้องแนะนำได้ว่ากระดาษแบบไหนเหมาะกับเทคนิคอะไร หรือช่วยดูความเหมาะสมของไฟล์งาน ไม่ใช่แค่รับคำสั่งผลิตอย่างเดียว
- ระยะเวลาส่งมอบ: ต้องตรงต่อเวลา เพื่อไม่ให้กระทบแผนการเปิดตัวสินค้าของคุณ
เปิดราคาผลิตกล่องครีม ต้องมีงบเท่าไหร่?
หลายคนกังวลเรื่องต้นทุนการผลิต ที่ Rigidboxs เรามีตารางราคาที่โปร่งใส โดยราคากล่องครีมจะขึ้นอยู่กับ ขนาดของกล่องที่กางออก และ จำนวนที่สั่งผลิต ยิ่งสั่งเยอะ ราคาต่อใบยิ่งถูกลงอย่างชัดเจน
ตารางตัวอย่างราคากล่องครีม (ราคาต่อใบ) (ราคาเบื้องต้นสำหรับกล่องทรงมาตรฐาน ยังไม่รวมออปชั่นเสริม และ VAT 7%)
| ขนาดกล่องที่กางออก | จำนวนที่สั่ง (ใบ) | ราคาต่อใบ | ราคารวม | ความคุ้มค่า |
| ไม่เกิน A5 (14.8 x 21 cm.) | 100 | 20 บาท | 2,000 บาท | เริ่มต้นง่าย |
| ไม่เกิน A5 (14.8 x 21 cm.) | 1,000 | 4 บาท | 4,000 บาท | สุดคุ้ม!! |
| ไม่เกิน A4 (21 x 30 cm.) | 500 | 8 บาท | 4,000 บาท
| – |
| ไม่เกิน A4 (21 x 30 cm.) | 1,000 | 5 บาท | 5,000 บาท | ขายดี!! |
| ไม่เกิน A3 (30 x 42 cm.) | 1,000 | 10 บาท | 10,000 บาท | ไซส์ใหญ่ |
ข้อควรรู้เรื่องราคา
- ราคาเริ่มต้นถูกมาก: หากสั่งผลิตจำนวนมาก (เช่น 1,000 ใบ) ราคาเริ่มต้นเพียง 4-5 บาท/ใบ เท่านั้น
- สั่งน้อยก็ทำได้ (MOQ ต่ำ): สำหรับผู้เริ่มต้นที่ไม่อยากสต็อกของเยอะ เริ่มต้นสั่งผลิตกล่องฝาเสียบได้ที่ 100 ใบ
- Economy of Scale: ยิ่งสั่งปริมาณมาก ต้นทุนต่อชิ้นจะยิ่งถูกลง ช่วยเพิ่มกำไรให้สินค้าคุณได้มากขึ้น
ออปชั่นเสริมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Add-on)
หากคุณต้องการเพิ่มความพรีเมี่ยมด้วยเทคนิคพิเศษที่กล่าวไปข้างต้น (ข้อ 2) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมดังนี้
- เทคนิคพิเศษ: เช่น ปั๊มฟอยล์ (Foil), ปั๊มเค, ปั๊มนูน/ปั๊มจม (ส่วนนี้ต้องติดต่อฝ่ายขายเพื่อประเมินราคาตามแบบ)
- ค่าออกแบบ: หากยังไม่มีไฟล์งาน เรามีบริการออกแบบเริ่มต้น 950 – 3,000 บาท
- Pro! รับสิทธิ์ออกแบบราคาพิเศษ 900 บาท (จากปกติ 1,500.-) เมื่อสั่งพิมพ์กล่องกับเรา
พร้อมสร้างแบรนด์ให้ปังด้วยกล่องคุณภาพหรือยัง?
เพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำที่สุดสำหรับสเปคกล่องของคุณ (ขนาดเป๊ะ / จำนวนที่ต้องการ / เทคนิคพิเศษ) แนะนำให้ทักไปขอใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจ
- โทรด่วนฝ่ายขาย: 092-335-5951
- สอบถามผ่าน LINE: @rigidboxs
- เช็คหน้าเว็บ: ใส่ชื่อเว็บไซต์ของ Rigidboxs
สรุป
การใช้เทคนิคการพิมพ์กล่องครีม ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ Spot UV, การปั๊มนูน หรือการเลือกกระดาษเกรดพรีเมียม ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค กล่องที่สวยงามจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า (Value Added) ทำให้คุณสามารถตั้งราคาขายที่สูงขึ้นได้ และสร้างภาพจำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นในระยะยาว
พร้อมที่จะยกระดับแบรนด์ของคุณหรือยัง? อย่าปล่อยให้กล่องครีมของคุณเป็นแค่บรรจุภัณฑ์ เริ่มต้นออกแบบและใส่เทคนิคพิเศษวันนี้ เพื่อให้สินค้าของคุณ “ขายได้ด้วยตัวเอง”
คำถามที่พบบ่อย
1.สั่งพิมพ์กล่องครีมจำนวนน้อย ควรใช้ระบบพิมพ์แบบไหน?
ตอบ: แนะนำ ระบบ Digital Printing เพราะไม่มีขั้นต่ำในการผลิต (หรือขั้นต่ำน้อยมาก) ไม่ต้องเสียค่าแม่พิมพ์เพลท เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทำแบรนด์หรือต้องการทดลองตลาด
2.อยากได้กล่องที่จับแล้วนุ่มมือเหมือนแบรนด์ดัง ต้องใช้เทคนิคอะไร?
ตอบ: ต้องใช้เทคนิค เคลือบ Soft Touch (Lamination) หรือการเคลือบกำมะหยี่ นอกจากจะให้นุ่มมือแล้ว ยังช่วยให้กล่องดูหรูหรา และป้องกันรอยนิ้วมือได้ดีกว่าการเคลือบด้านธรรมดา
3.ทำไมพิมพ์กล่องออกมาแล้วสีไม่ตรงกับหน้าจอคอมพิวเตอร์?
ตอบ: เพราะหน้าจอใช้ระบบแสง RGB แต่เครื่องพิมพ์ใช้ระบบหมึก CMYK วิธีพิมพ์กล่องครีม ให้สีตรงที่สุดคือต้องออกแบบโหมด CMYK และควรเทียบสีจากสมุด Pantone หรือดูจากตัวอย่างปรุ๊ฟดิจิตอล (Digital Proof) ก่อนสั่งผลิตจริงเสมอ
ติดต่อเราได้ที่ LineOA : @rigidboxs ☎ โทรด่วนฝ่ายขาย : 092-335-5951